ปัญหายาเสพติด

ในปัจจุบัน ปัญหาหนึ่งที่สำคัญของสังคมไทยคือ ปัญหายาเสพติด ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับสังคม กล่าวคือหากจะแก้ปัญหาก็ควรแก้ที่ตัวผู้เสพ ชุมชนและสังคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สภาพแวดล้อมสังคมกลับเป็นสิ่งกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เราจึงควรตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนที่ปัญหานี้จะลุกลามจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างการศึกษาโครงงานเรื่อง "การพัฒนาหนังสืออิเล็กทอรนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา"

ตัวอย่างโครงงานเรื่อง
 “การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา
ความเป็นมาของโครงงาน
การจัดการศึกษาในอนาคตที่จะถึงนี้จำเป็นต้องยึดแนวทางตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความจำเป็นต่อการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดำเนินการจัดการศึกษา
                หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book เป็นสื่อเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทางครูหรือ บุคลากรทางการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดตามที่มาตรฐานการศึกษากำหนด 
การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-book) ให้มีคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ได้ดี ผู้สร้างต้องใช้ทักษะต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จึงต้องใช้ทั้ง ความรู้ ทักษะ เทคนิคกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.  เพื่อศึกษาการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)
2.  เพื่อศึกษาการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
3. เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
สมมุติฐานของการดำเนินการ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขอบเขตของการดำเนินการ
                การศึกษาครั้งนี้ มุ่งพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อให้การศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้ศึกษาได้กำหนดขอบเขตการศึกษา ดังนี้
1. ประชากร: ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มโรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 441 คน
2.   กลุ่มตัวอย่าง: กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดงได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีจับสลากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเดี่ยว แบบกลุ่มและภาคสนาม
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
 1. ความหมายและธรรมชาติของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์ที่ใช้ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ  แต่กระนั้นก็ได้มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายท่านด้วยกัน  สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน  คือ  ในลักษณะของซอฟท์แวร์, ฮาร์ดแวร์ และในลักษณะที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์
                หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะแจกต่างจากหนังสือเล่มในการพลิกหน้า โดยที่ไม่ได้มีการพลิกหน้าจริง  หากแต่เป็นไปในลักษณะของการซ้อนทับกันสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  กับหนังสือเล่มอย่างเด่นชัดนั้นก็คือ การปฏิสัมพันธ์ และความเป็นพลวัต (Barker,1996 : 14) ๙งอาจแตกต่างกันบ้างในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละเล่ม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน  และการปฏิสัมพันธ์จากผู้อ่าน  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีหน้าปกเพื่อบอกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับหนังสือ  หากใน 1 หน้ามีข้อมูลเป็นหน้าคู่  ด้านซ้ายมือเป็นหน้าซ้าย ด้านขวามือเป็นหน้าขวา กดปุ่มไปหน้าก็จะไปยังหน้าต่อไป กดปุ่มถอยหลังจะกลับไปหน้าก่อนนอกจากนี้ยังสามารถกระโดดข้ามไปยังหน้าที่ผู้อ่านต้องการได้อีกด้วย หน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าก่อนออกจากโปรแกรม ถึงแม้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะคล้ายกับหนังสือมาก แต่ข้อจำกัดที่มีอยู่มากมายในหนังสือเล่มไม่สามารถส่งอิทธิพลมายังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด
 2. ข้อดีและข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
  2.1 ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  มีข้อดีดังต่อไปนี้
1. เป็นสื่อที่รวมเอาจุดเด่นของสื่อแบบต่างๆมารวมอยู่ในสื่อตัวเดียว  คือสามารถแสดงภาพ  แสง เสียง ภาพเคลื่อนไหว  และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้
2. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น
3.  ครูสามารถใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการชักจูงผู้เรียนในการอ่าน,การเขียน,การฟัง และการพูดได้
4. มีความสามารถในการออนไลน์ผ่านเครือข่าย  และเชื่อมโยงไปสู่โฮมเพจและเวปไซต์ต่างๆอีกทั้งยังสามารถอ้างอิงในเชิงวิชาการได้
               5.  มีลักษณะไม่ตายตัว  สามารถแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยใช้ความสามารถของไฮเปอร์เท็กซ์
               6. ในการสอนหรืออบรมนอกสถานที่  การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น  เนื่องจากสื่อสามารถสร้างเก็บไว้ในแผ่นซีดีได้ ไม่ต้องหอบหิ้วสื่อซึ่งมีจำนวนมาก
               7. การพิมพ์ทำได้รวดเร็วกว่าการใช้กระดาษ  สามารถทำสำเนาได้เท่าที่ต้องการ  ประหยัดวัสดุในการสร้างสื่อ  อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
2.2 ข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
1. คนไทยส่วนใหญ่ยังคงชินอยู่กับสื่อที่อยู่ในรูปกระดาษมากกว่า อีกทั้งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยังไม่สามารถใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับสื่อสิ่งพิมพ์  และความสะดวกในการอ่านก็ยังน้อยกว่ามาก
2.  หากโปรแกรมสื่อมีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ  จะทำให้การเปลี่ยนหน้าจอมีความล่าช้า
3. การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี  ผู้สร้างต้องมีความรู้และความชำนาญในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และการสร้างสื่อดีพอสมควร
4.ผู้ใช้สื่ออาจไม่ใช่ผู้สร้างสื่อฉะนั้นการปรับปรุงสื่อจึงทำได้ยากหากผู้สอนไม่มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. ใช้เวลาในการออกแบบมาก  เพราะต้องใช้ทักษะในการออกแบบเป็นอย่างดี  เพื่อให้ได้สื่อที่มีคุณภาพ
วิธีดำเนินการ
  ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ให้กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการทดลองมาทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
2. ผู้วิจัยอธิบายกลุ่มตัวอย่างให้ทราบถึงจุดประสงค์ของการทดลอง
3. ให้กลุ่มตัวอย่างทดลองฝึกการทำเครื่องหมายบนใจความสำคัญ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
4. จากนั้นกลุ่มตัวอย่างศึกษาเนื้อหาจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์      เรื่องกราฟิกเบื้องต้นเป็นรายบุคคล ผู้วิจัยจะคอยสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนตลอดการเรียน ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
5. เมื่อหมดเวลา ผู้วิจัยสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
6. ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
7. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการตรวจให้คะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่าง มีเกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง และให้ 0 คะแนนสำหรับคำตอบที่ผิดหรือไม่ตอบ และนำคะแนนที่ได้มาหาค่า E1/ E2
  เมื่อ   E1  คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
  เมื่อ   E2 คือ ประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียน
 x คือ คะแนนรวมของผู้เรียน จากการทำแบบฝึกหัด
 y คือ คะแนนที่ได้รวมของผู้เรียน จากแบบทดสอบหลังเรียน
   N แทน จำนวนผู้เรียน
  A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัด
  B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน

ผลการดำเนินการ
1. ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 1
1. ขาดคำแนะนำลำดับขั้นตอนการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสนว่า ควรเริ่มต้นเรียนตรงไหนก่อน-หลัง
2. การควบคุมเส้นทางการดำเนินบทเรียนไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนในผู้เรียนบางคน
3. ผู้เรียนมักเปิดไฟล์ exe ทิ้งไว้โดยไม่ปิด ทำให้การอ่านบทเรียนเป็นไปได้ช้า
4. ผู้เรียนสับสนในการทำแบบทดสอบ เนื่องจากไม่ได้อ่านคำแนะนำซึ่งผู้วิจัยได้ทำเป็นปุ่มไว้ให้อ่านก่อนทำแบบทดสอบ
5. มีการจัดหน้าแน่นจนเกินไป
6. ขาดการเชื่อมโยงความรู้จากเรื่องที่ได้เรียนมา
7. เนื้อหากับภาพที่ใช้บางภาพไม่สัมพันธ์กัน
8. มีการพิมพ์ผิดหลายแห่ง
2. ผลการทดลองครั้งที่ 2
การทดลองครั้งที่ 2 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 9 คน
                2.1 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อทำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ย 82.50 และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 84.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
 2.2 ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 2 และผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2
1. ปุ่มออกจากบทเรียนในหน้าจอหลัก และปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์ มาที่หน้าจอหลักใช้คำว่า “Exit” เหมือนกัน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสน
2. เมื่อเปิดไฟล์ exe จะไม่มีการแสดงผลที่หน้าจอ แต่จะไปกองรวมกันอยู่ที่แถบทาสก์บาร์ (Task Bar) ล่างจอแทน ทำให้ผู้เรียนมองไม่เห็นแล้วกดเรียกชื่อใหม่เรื่อยๆ จนไม่สามารถเรียกใช้ไฟล์ exe ตัวอื่นได้
3. การจัดหน้ายังแน่นอยู่ ทำให้ผู้เรียนรู้สึกอึดอัด
4. หมายเลขในข้อสอบไม่ตรงกับในกระดาษคำตอบ
ผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2
1. เปลี่ยนปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์เป็นคำว่า “Menu” แทน
2. แก้ไขไฟล์ต้นฉบับ แล้ว package ไฟล์ exe ใหม่
3. ปรับการจัดหน้าให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น
4. แก้ไขหมายเลยในข้อสอบให้ตรงกับในกระดาษคำตอบ
3. ผลการทดลองครั้งที่ 3
การทดลองครั้งที่ 3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน
 3.1 ผลการตรวจประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยได้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อนำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 90.92 และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 96.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80


สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์    เรื่องกราฟิกเบื้องต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.92/96.67 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานของการวิจัยที่ได้ตั้งไว้  สอดคล้องกับวิจัยของ คลีเมนท์ที่ได้พัฒนาซีดีรอมมัลติมีเดียวิชาศิลปะขึ้น และได้รับผลสำเร็จมากในการทดลอง  ซึ่งข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับการวิจัยของเกษมศรี พรหมภิบาล ได้ศึกษาผลของการสอนวิชาการออกแบบ 1 ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก  พบว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้  และสอดคล้องกับกาการวิจัยของบาร์กเกอร์และกิลเลอร์  ที่ได้ศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมัลติมีเดียแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อการสอนภาษาฝรั่งเศสเปรียบเทียบกับการสอนวิธีอื่นๆซึ่งได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ  นอกจากนั้น  ศิริยงค์ ฉัตรโท ได้สรุปในงานวิจัยของเขาว่า  การสร้างสื่อนำเสนอแบบอินเตอร์แอคทีฟ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
หากจะมาวิเคราะห์กันว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่องกราฟิกเบื้องต้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จะได้ว่า
               ประการที่ 1 มีการใช้ตัวอักษรและพื้นหลังที่เหมาะสม  กล่าวคือ ในส่วนของเนื้อหา ผู้วิจัยได้ใช้ตัวอักษร เจ เอส จินดารา ขนาด 20 พอยน์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร Anssana UPC สามารถอ่านง่าย  สบายตา
               ประการที่ 2 ผู้วิจัยได้มีการจัดหน้าจอให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน  เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นเกิดความสับสน  โดยมีหน้าจอ 2 รูปแบบ คือหน้าจอปกติและหน้าจอไฮเปอร์เท็กซ์  ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
               ประการที่ 3 ได้มีการออกแบบบทเรียนในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ทำให้บทเรียนไม่น่าเบื่อ  ผู้เรียนจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนอย่าสม่ำเสมอ  ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
  ประการที่ 4 ในการออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่องกราฟิกเบื้องต้น  ผู้วิจัยได้ออกแบบอยู่บนพื้นฐานจิตวิทยาแรงจูงใจ  โดยใช้ไฮเปอร์เท็กซ์และแบบทดสอบเป็นแรงจูงใจในการเรียน  จาดพื้นฐานการอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการอยากรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีสิ่งที่แนะ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ขึ้น
                จากหลักการดังกล่าวข้างต้น  ประกอบกับขั้นตอนการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  อย่างมีระบบ  ตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรเนื้อหาวิชา 263-201 เทคโนโลยีการศึกษา การเขียนแผนการสอน  การจัดทำสตอรีบอร์ด  และการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม  ค่าความยากง่าย  และค่าอำนาจจำแนกแล้ว  ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องกราฟิกเบื้องต้น  ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 สามารถนำไปประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา  263-201 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ
                1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
                 1.1 การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีจำนวนหน้ามากๆด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat จะมีจำนวนการเชื่อมโยง (Link) มากตามไปด้วย  ทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก  และเกิดการผิดพลาดได้ง่ายจึงควรสร้างเป็นเทมเพลท ที่เชื่อมโยงกันไว้เรียบร้อยแล้ว  โดยเลือกการสร้างแบบ EXECUTE MENU ITEM เมื่อใช้งานจริงให้ใช้คำสั่ง DOCUMENT REPLACE PAGES เพื่อแทนที่เทมเพลทที่สร้างไว้  จะทำให้ประหยัดเวลาลงได้มาก
  1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะใช้เปิดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  หากมีโปรแกรม Adobe Acrobat 5 อยู่ควรถอนโปรแกรม (Uninstll) ออกก่อน  แล้ว Restat เครื่องใหม่ก่อนที่จะลงโปรแกรม Adobe Acrobat 4 gเพื่อความสมบูรณ์ของโปรแกรม
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
  2.1 ควรมีการวิจัยเปรียบเทียบรูปแบบการบันทึกใจความสำคัญในรูปแบบต่างๆได้แก่  การทำเครื่องหมายลงบนใจความสำคัญโดยตรง, การให้ผู้เรียนคัดลอกหรือพิมพ์ใจความสำคัญลงในโปรแกรม (NOTEPAD) และการคัดลอกลงกระดาษ  เป็นต้น  ว่าจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่
  2.2 ควรมีการเปลี่ยนสื่อที่ใช้ในการวิจัยหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์จากซีดีรอมไปเป็นอินเตอร์เน็ตบ้าง

เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ.  2534.  เอกสารเพื่อการพัฒนาหนังสือ อันดับ 1 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
         กรุงเทพฯ : การศาสนา กรมการศาสนา.
กระทรวงศึกษาธิการ.  นโยบายและแผนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม.  2542.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : พริกหวาน.
กิดานันท์  มลิทอง.  2542. สรรค์สร้างหน้าเว็บและงานกราฟิกบนเว็บ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยยงศ์  พรหมวงศ์.  2537.  ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน.  กรุงเทพฯ :
                มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ไชยยศ  เรืองสุวรรณ.  2533.  เทคโนโลยีการศึกษา : ทฤษฎีและการวิจัย.  กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
ถนอมพร  เลาหจรัสแสง.  2541.  คอมพิวเตอร์ช่วยสอน.  กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประชิด  ทินบุตร.  2530.  การออกแบบกราฟิค.  กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
เปรื่อง  กุมุท.  2537.  ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน. กรุงเทพฯ :
                มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วงพงศ์  วรชาติอุดมพงศ์.  2538.  บทความรู้ทางการออกแบบพาณิชยศิลป์ ออกแบบกราฟิก.
                กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์น.
ศิริพงศ์  พยอมแย้ม.  2537.  เทคนิคงานกราฟิก.  กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
สุนทร  โคตรบรรเทา, ผู้แปล.  2522.  ถนนสู่การอ่าน : วิธีการอ่านอย่างฉลาดและเทคนิคการอ่านแบบต่าง ๆ.
 กรุงเทพ ฯ : ต้นอ้อ แกรมมี่.
โสภา  ชูพิกุลชัย.  2521.  จิตวิทยาทั่วไป.  กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงงาน
                 1. จากการศึกษาโครงงานเรื่อง การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษาเห็นว่า โครงงานมีความละเอียดและสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของโครงงานจริง แต่ในบางเนื้อหา บางตอน พบว่าผู้ทำโครงงานมีการใช้คำที่มากเกินไป มีเนื้อหาบางตอนที่มากเกินความจำเป็น เช่นในเรื่องของ ที่มาและความสำคัญ เมื่อศึกษาตัวโครงงานจริงๆพบว่า เป็นลักษณะของการบรรยายความหมายและประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าจะเป็นการบอกที่มาของโครงงานโดยตรง ทำให้เนื้อหายืดเยื้อและยาวมาก แต่กลับสรุปเป็นใจความได้เพียงสั้นๆตามที่กลุ่มของพวกเราได้สรุปไว้
                2.ลักษณะการจัดเรียงรูปแบบการทำโครงงานและการพิมพ์โครงงานยังไม่ถูกต้องตามหลักเท่าที่ควร เช่น การใช้ตัวเลขหัวข้อเกินความจำเป็น การแบ่งวรรค หรือการย่อหน้าที่ไม่เสมอกัน เป็นต้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น