ปัญหายาเสพติด

ในปัจจุบัน ปัญหาหนึ่งที่สำคัญของสังคมไทยคือ ปัญหายาเสพติด ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับสังคม กล่าวคือหากจะแก้ปัญหาก็ควรแก้ที่ตัวผู้เสพ ชุมชนและสังคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สภาพแวดล้อมสังคมกลับเป็นสิ่งกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เราจึงควรตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนที่ปัญหานี้จะลุกลามจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รายงานการเรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์สร้างสรรค์ผลงาน

ชื่อโครงงาน : ปัญหายาเสพติด
กลุ่มที่ : 3
สมาชิกกลุ่ม  
นางสาววริศรา                     สุขจันทร์               เลขที่ 18
นางสาวสุพิชญา                  หลวงบำรุง            เลขที่33
นางสาวญาณิศา                   ศุภรางกูร               เลขที่ 40
วิธีดำเนินการ
            1.กำหนดขอบเขตการศึกษาโดยการศึกษาปัญหาที่พบมากในสังคมไทย ซึ่งปัญหาที่สนใจคือ ปัญหายาเสพติด
                2. ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หนังสือ จากการพบเห็นและสอบถามผู้รู้
                3. สรุปผลการค้นคว้า
                4. คิดหาแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด
                5. สรุปผลและการนำไปใช้ประโยชน์
                6. นำข้อมูลใส่ลงในบล็อกของสมาชิกแต่ละคน
                7. ทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อเผยแพร่ความรู้
                8. ตรวจสอบความถูกต้องของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
                9. นำเสนอผลงาน

ผลการดำเนินการ
                หลังจากศึกษาการใช้โปรแกรม FlipAlbum เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2557 แล้วสามารถสร้าง E-book ได้บางส่วน

                ในการทำโครงงาน โปรแกรม FlipAlbum นับว่าเป็นโปรแกรมทีสำคัญอย่างหนึ่ง จากภาพเป็นการใส่ภาพและใส่ข้อมูลลงไปเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสารเสพติดและภาพสารเสพติด

แหล่งเรียนรู้
         
  1. เรียนรู้การใช้งานโปรแกรม Flip Album จากเว็บไซต์
           2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
           3. สำรวจและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดจากผู้รู้

หลักฐานประกอบ
           1. เรียนรู้การใช้งานโปรแกรม Flip Album จากเว็บไซต์
     2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมชุด Flip Album

สร้าง E- Book ด้วยโปรเเกรม FlipAlbum 6.0 Pro.

             สื่อนำเสนอในปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ความโด่ดเด่น  น่าสนใจด้วยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia) การนำเสนอข้อความหรือเนิ้อหาปริมาณมากๆ ในลักษณะของสิ่งพิมพ์หรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)  ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากสิ่งพิมพ์หรือหนังสือที่เป็นไฟล์เนื้อหาเพียงอย่างเดียว ต้องดูด้วยเทคนิคการเลื่อนจอภาพ ไปเป็นเทคนิคการนำเสนอที่มีลักษณะการเปิดหน้าหนังสอแบบเสมือน  เนื้อหาที่นำเสนอเป็นได้ทั้งข้อความ  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  วิดีทัศน์ และเสียง  อันเป็นการใช้ความสามารถของเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาผสมผสานกบ e-Book  ได้อย่างลงตัว  เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงอย่างมากในปัจจุบันภายใตชื่อเรียกว่า Multimedia e-Book

             การพัฒนา Multimedia e-Book  มีซอฟต์แวร์ช่วยหลายตัว โดยซอฟต์แวร์ที่โดดเด่นตัวหนึ่งคือ FlipAlbum ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น FlipAlbum 6.0  โดยความสามารถของโปรแกรมที่ทำให้การนำเสนอสื่อออกมาในรูปแบบ 3D Page-Flipping interface และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า FlipBook ผลงานที่ได้นี้สามารถนำเสนอได้ทั้งแบบ Offline ด้วยความสามารถ AutoRun อัตโนมัติ และ Online ผ่านโปรแกรมแสดงผลเฉพาะ FlipViewer


การเลื่อนหน้ากระดาษ
  • คลิกบนหน้ากระดาษด้านขวา เพื่อดูหน้าถัดไป
  • คลิกบนหน้ากระดาษด้านซ้าย เพื่อย้อนกลับ
  • เลื่อนเมาส์ไปชี้ที่ขอบหนังสือด้านซ้ายหรือขวามือเพื่อเลือกหน้าที่จะเปิด
  • คลิกปุ่มขวาของเมาส์บนหน้ากระดาษ เเล้วคลิกคำสั่ง Flip To

                          o    Front Cover   คือปกหน้า
                          o    Back Cover  คือปกหลัง
                          o    Overview  คือหน้าสรุปรวมเนื้อหา
                                ซึ่งมีลักษณะเป็นภาพขนาดเล็ก (Thumbnails)

         การทำงานของหน้านี้ แบ่งเป็น 

         >>  การคลิกที่รูปภาพเล็ก เพื่อแสดงภาพแบบเต็มจอ
                กดปุ่ม Esc   เพื่อกลับสู่สภาวะปกติ
          >>  การคลิกที่ชื่อภาพ เพื่อเปิดไปยังหน้านั้นๆ
          >>  ใช้เทคนค Drag & Drop ชื่อไฟล์ภาพ
               เพื่อสลับตำแหน่ง
         >>  คลิกปุ่มขวาของเมาส์ที่รูปเพื่อเปิดเมนูลัด
                ในการทำงาน

o Contents  คือหน้าสารบัญ โปรแกรมจะนำชื่อไฟล์ภาพหรือสื่อมาเป็นรายการสารบัญ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ตามต้องการ แต่ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษใดๆ เช่น % ^ /    



การปรับเปลี่ยนอัลบั้มอิสระ
     FlipAlbum จะกำหนดลักษณะของหน้าปก, หน้าเอกสารด้วยภาพที่มีสีสันตาม Themes ที่เลือกเเต่ก็สามารถปรับเเต่งได้เอง โดย
1. เลือกหน้าเอกสารที่ต้องการปรับเเก้ไข
2. คลิกขวาพื้นที่หน้านั้น เเล้วเลือกคำสั่ง Page Properties
3. เลือกลักษณะของพื้นเอกสาร 
      • Default   ตามค่าเริ่มต้นของระบบ
        • Color  ระบุสีเพื่อเเสดงผลเป็นสีของพื้นเอกสาร
        • Texture  ระบุไฟล์กราฟิกอื่นๆ ที่จะนำมาใช้เป็นพื้นเอกสาร 

4.    คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการปรับเเต่งหน้าเอกสาร


การเลือกสันปกเเบบต่างๆ
     เป็นการเลือกรูปเเบบของสันปกอัลบั้มว่าจะใส่ห่วงสันปกหรือไม่ ซึ่งมีหลายเเบบให้เลือก ทำได้โดยคลิกที่คำสั่ง Options >> Book Binder เเละเลือกรูปเเบบที่ต้องการดังรูป



การปรับแต่ง / เพิ่มเติมข้อความ
  • การปรับแต่งแก้ไขข้อความใน e-Book  ทำได้โดยการดับเบิ้ลคลืกที่ข้อความเดิม  ซึ่งจะปรากฏเป็นกรอบข้อความ และแถบเครื่องมือการปรับแต่งข้อความ
  • การเพิ่มข้อความ  การเพิ่มข้อความ  จะต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อความนั้นจะเพิ่มในหน้าซ้าย  หรือหน้าขวาได้หรือไม่ โดยสังเกตจากปุ่มเครื่องมือ Insert Annotation ซึ่งจะถูกแบ่งครึ่ง  ครึ่งซ้ายคือการเพิ่มข้อความในกระดาษหน้าซ้าย  และคึ่รงขวาคือการเพิ่มข้อความในกระดาษหน้าขวา หากปุ่มเครื่องมือ Insert Annotation  ไม่สามารถคลิกได้  แสดงว่าหน้ากระดาษที่ปรากฏไม่สามารถป้อนข้อความได้  จะต้องเพิ่มหน้ากระดาษที่สามารถป้อนข้อความได้ด้วยคำสั่ง Edit, Insert Page, Left Page หรอ Right Page ก่อน


การปรับแต่งรูปภาพ
  •  การย่อ/ขยายรูปภาพ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ 
         - การย่อ/ขยายด้วย Handle
         - การย่อ/ขยายด้วยเมนูคำสั่งทีละภาพ
         - การย่อ/ขยายแบบ Batch ซึ่งให้ผลพร้อมกันหลายๆ ภาพ
  •  การหมุนภาพ
        ภาพที่นำเข้ามาบางภาพอาจจะมีแนวการแสดงผลไม่เหมาะสม ซึ่ง  
        สามารถหมุนภาพให้เหมาะสมได้โดยคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือกคำสั่ง
        Rotate จะปรากฏคำสั่งย่อย ดังนี้
        -  Left by 90    หมุนไปทางซ้าย 90 องศา
        -  Right by 90   หมุนไปทางขวา 90 องศา
        -  By 180   หมุน 180 องศา
        -  By Other Angles  หมุนโดยกำหนดมุมอิสระ

  •  การแสดงภาพด้วย Effect พิเศษ
        ทำได้โดยการคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือกคำสั่ง Effects จะปรากฏ
        คำสั่งย่อย ดังนี้
          - Transparent   ทำให้พื้นของภาพมีลักษณะโปร่งใส โดยโปรแกรมจะ
        แสดงหลอดดูดสี (Eye Dropper) ให้คลิก ในตำแหน่งสีที่ต้องการทำให้
        เป็นสีโปร่งใส  
         -  3D ทำให้ภาพมีลักษณะนูนแบบ 3 มิติ
         -  Shadow  ทำให้ภาพมีเงา
         -  Select Crop Shape  เลือกรุปทรงพิเศษ ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้
 เมื่อคลิกรูปแบบที่ต้องการแล้วคลิก OK ภาพดังกล่าวจะแสดงผลด้วยรูปแบบที่เลือก เช่น 

           -  Add/Edit Frame ใส่กรอบให้กับรูปภาพ โดยมีลักษณะกรอบภาพ ดังนี้



การใส่ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เสียงลงในอัลบั้ม
          นอกจากข้อความและภาพนิ่ง  โปรแกรมยังสนับสนุนการนำเสนอสื่อมัลติมีเดียรูปแบบต่างๆ  เช่น  เสียง  วีดิทัศน์  และภาพเคลื่อนไหว  เช่น Gif Animation  โดยใช้เทคนิคการนำเข้า เช่นเดียวกับรูปภาพ คือใช้ปุ่มเครื่องมือ Insert Multi-media Objects   แล้วลากไฟล์สื่อที่ต้องการมาวางบนหน้ากระดาษ



การทำจุดเชื่อมโยง (Link)
            การทำจุดเชื่อมหรือลิงก์ (Link) ด้วยข้อความหรือวัตถุต่างๆ  ไปยังตำแหน่งต่างๆ หรือเรียกว่าเว็บไซต์  ก็เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของ e-Book  ดังนั้น FlipAlbum  จงเตรียมคำสั่งเพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวก  โดยเลือกกรอบข้อความ  รูปภาพแล้วคลิกขวา จากนั้นเลือกคำสั่ง Set Link..


Photoshop

               โปรแกรมPhotoshopเป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบบในทุกวงกาย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshopจะประกอบด้วยโปรแกรมสองตัวได้แก่ Photoshop และ ImageReady การที่จะใช้งานโปรแกรม Photoshopคุณต้องมีเครื่องที่มีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหน่วยความจำที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นการสร้างงานของคุณคงไม่สนุกแน่ เพราะการทำงานจะช้าและมีปัญหาตามมามากมาย ขณะนี้โปรแกรม Photoshop ได้พัฒนามาถึงรุ่น Adobe Photoshop CS

ลักษณะหน้าต่างของโปรเเกรม











จากรูป
1.Title Bar แสดงชื่อโปรแกรม และ/หรือ ชื่อไฟล์ ตลอดจนค่าเกี่ยวกับโหมดภาพ
2.Control Button ปุ่มควบคุมหน้าต่าง ประกอบด้วยปุ่ม Minimize, Maximize/Restore, Close Button
3.Menu Bar แถบคำสั่งควบคุมการทำงาน
4.Toolbox แถบเครื่องมือ
5.Workarea Window หน้าต่างสร้างงาน
6.Screen Area หน้าต่างโปรแกรม
7.Palettes ชุดคำสั่งเฉพาะงาน
8.Status Bar แสดงสถานะการทำงาน
9.Option Bar แสดงชุดคำสั่งย่อยของเครื่องมือที่เลือกใช้งาน



เครื่องมือจากแถบ Toolbars
               เครื่องมือต่างๆ ประกอบด้วย



















เครื่องมือพื้นฐาน 

Zoom 
ใช้ในการขยายภาพวัตถุเข้า-ออก เพื่อให้เราสามารถมองเห็นงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อต้องการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นให้นำเคอร์เซอร์ไปคลิกที่ภาพ
ถ้าต้องการทำให้ภาพเล็กลง ให้กด ค้างไว้แล้วจึงไปคลิกที่ภาพ
หาก Double Click ที่เครื่องมือ zoom จะเป็นการขยายภาพให้สู่โหมด 100% อย่างรวดเร็ว

 Hand 
ใช้ในการเลื่อนภาพ ในกรณีที่ภาพมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถมองได้ทั่วถึง
หากทำการ Double Click ที่เครื่องมือ Hand จะเป็นการปรับหน้าจอภาพ ให้อยู่ในโหมดพอดีกับกรอบภาพ (Actual Size)

 Selection

               เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างขอบเขต ซึ่งจะมีให้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับงานที่เราต้องการสร้างสามารถ Double Click เพื่อเปิดหน้าต่างควบคุม (Options) ประกอบการทำงาน เช่น กำหนดค่าความฟุ้งของขอบ (Feather) เป็นต้น

Move 
ใช้ในการย้ายภาพที่เราทำงานอยู่


การปรับขนาดของภาพ
               ภาพที่นำมาใช้ประกอบเว็บ ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป หากท่านนำภาพมาใช้งาน และพบว่ามีขนาดใหญ่มาก ควรทำการย่อขนาดของภาพด้วย PhotoShop ก่อนนำไปใช้งานจริง ไม่ควรใช้ Attribute Width & Height ใน TAG ควบคุมขนาด เพราะจะทำให้ การโหลดภาพช้ากว่าปกติ โดยคำสั่งที่ใช้ในการย่อ / ขยายขนาดภาพ คือ Image, Image Size... ซึ่งปรากฏจอภาพทำงานดังนี้




การใช้สี
               เครื่องมือแรกที่อยู่ใน Tool Bar ที่เกี่ยวกับสีคือ


               เมื่อคลิกเข้าไปใน Foreground/Background Color จะเจอกับ Color Picker เพื่อใช้ในการเลือกสีที่ต้องการ



- คลิกเลือกสีที่ต้องการแล้วกดปุ่ม OK
- สามารถกดที่ปุ่ม Default color เพื่อคืนค่าสีเป็น "ขาว/ดำ"
- สามารถกดปุ่ม Swap color เพื่อกลับค่าสีที่เลือก

              เรายังสามารถเลือกสีได้จาก Palette Color และ Swatches โดยการเข้าไปที่เมนู Window / Show Color, Show Swatches





คำสั่งปรับแต่งภาพ
                 ภาพที่ผ่านการสแกน หรือภาพจากแหล่งอื่นๆ ก่อนนำมาใช้งาน มักจะต้องปรับแต่งสีก่อนเสมอ ด้วยคำสั่ง Image, Adjust
Levels
            เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยการเติมสีขาว-ดำลงไป ซึ่งเราจะใช้กราฟ Histogram ในการปรับระดับสี 
กด Alt ค้างไว้ จะเปลี่ยนปุ่ม Cancel เป็น Reset ทำให้กลับไปที่ค่าเริ่มต้น
Auto Levels 
                เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะคำนึงถึงระดับความสว่างและมืดของสีในแต่ละ Channel

Auto Contrast 
               เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะคำนึงถึงพื้นที่ที่สวางและมืดของภาพ แล้วปรับให้เห็นความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Curves 
              









               เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ คล้ายกับ Levels โดยการใช้เส้น Curves เป็นตัวกำหนด ซึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสีเดิมกับสีใหม่

Color Balance 
                เป็นการปรับแต่งความสมดุลของสีภาพ โดยใช้โหมดสีเป็นตัวกำหนด เช่น CMYK, RGB..

Brightness/Contrast 
               เป็นการปรับค่าความสว่าง-มืด และความแตกต่างของสีโดยรวม

Hue/Saturation 
               เป็นการปรับแต่งโทนสีโดยคำนึงถึงพื้นฐานการมองเห็นของมนุษย์คือ
- Hue = ค่าความสะท้อนแสง

- Saturation = ความเข้มข้นของสี

- Brightness = ความสว่าง-มืด

Desaturate 
                เป็นการเอาค่าสีออกจากภาพให้เหลือแต่สีขาว-ดำ โดยที่โหมดภาพจะยังคงเดิม

Replace Color 
              เป็นการแทนที่สีในภาพด้วยสีใหม่


Channel Mixer 
                เป็นการปรับแต่งโทนสีแต่ละสีโดยใช้โหมดสีเป็นตัวกำหนด เช่น CMYK,RGB

Invert 
                เป็นการปรับสีในภาพให้เป็นสีตรงข้าม

Equalize 
                เป็นการกระจายค่าความสว่าง-มืดของภาพ ให้มีค่าเท่ากัน มักใช้กับภาพที่สแกนมา

Threshold 
                 เป็นการเปลี่ยนภาพสี ให้เป็นภาพที่มีแต่สีขาว-ดำ โดยใช้ค่า Threshold เป็นตัวกำหนด



การตัดภาพ
                 การนำเอาภาพขนาดใหญ่ มาใส่ในเว็บเพจ ไม่ใช่วิธีที่ดีของการนำเสนอ เพราะจะทำให้การโหลดภาพเสียเวลามาก วิธีที่ดีที่สุด คือ ควรตัดภาพเป็นชิ้นเล็ก แล้วนำภาพมาประกอบกันเป็นชิ้นอีกครั้ง ด้วยเทคนิคการประกอบภาพผ่านเอกสารเว็บ ดังนั้นเนื้อหานี้จะแนะนำการตัดภาพ เป็นส่วนๆ ก่อน เพื่อเป็นแนวทาง และเป็นการเตรียมภาพขั้นต้น ไว้ก่อน

1. เตรียมภาพที่ต้องการ และเปิดไว้บนหน้าต่างการทำงานของ Adobe Photoshop
2. ขยายหน้าต่างภาพ ให้เห็นพื้นที่ว่างรอบภาพ












3. เปิดแถบบรรทัด ด้วยคำสั่ง View, Show Rulers
4. เลือกเครื่องมือ Move Tool 
5. นำเมาส์ไปชี้ในแถบไม้บรรทัด คลิกปุ่มเมาส์ค้างไว้ แล้วลากเมาส์ (กรณีที่ชี้ที่บรรทัดแนวนอน ก็ให้ลากเมาส์ลงมา และกรณีที่ชี้ในไม้บรรทัดแนวตั้ง ก็ให้ลากเมาส์ไปด้านขวา) จะปรากฏเส้นนำสายตา (Guide Line : มักเป็นสีน้ำเงิน)
6. เลื่อนเส้นนำสายตา ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมของภาพ แล้วปล่อยนิ้วจากเมาส์ เพื่อยืนยันตำแหน่
7. หากต้องการตำแหน่งอื่น ก็ทำขั้นตอนที่ 5 - 6 ซ้ำ จนได้ครบทุกตำแหน่ง

8. ถ้าต้องการปรับตำแหน่งของเส้นนำสายตา ที่วางไว้แล้ว ให้นำเมาส์ไปชี้ที่เส้นนั้นๆ จะพบว่า Mouse Pointer มีรูปร่างเป็นลูกศรสองหัว ให้กดปุ่มเมาส์ค้างไว้ แล้วปรับตำแหน่ง
9. ถ้าต้องการลบเส้นนำสายตาเส้นใด ให้นำเมาส์ลากเส้นนำสายตาเส้นที่ต้องการ ไปปล่อยในแถบไม้บรรทัโ
10. หากต้องการลบเส้นนำสายตาทุกเส้น ให้เลือกคำสั่ง View, Clear Guides
11. ตรวจสอบว่าภาพมีการกำหนดเป็น Layer หรือไม่ หากเป็น Layer จะต้องทำการรวม Layer ก่อน ด้วยคำสั่ง Layer, Flatten Image
12. เปลี่ยนเครื่องมือเป็น Selection Tools ที่ต้องการ เช่น 
13. กำหนดพื้นที่รอบกรอบที่กำหนดไว้ ทีละกรอบ
14. เลือกคำสั่ง Edit, Copy เพื่อคัดลอกข้อมูลที่เลือก ไว้ใน Clipboard
15. เลือกคำสั่ง File, New เพื่อเปิดพื้นที่งานใหม่ โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ ให้กดปุ่ม ได้เลย
16. เลือกคำสั่ง Edit, Paste เพื่อวางข้อมูลจาก Clipboard บนหน้าต่างที่เตรียมไว้
17. จัดเก็บงาน ด้วยไฟล์ฟอร์แมตที่ต้องการ
18. ทำขั้นตอนที่ 13 - 17 ซ้ำ กับภาพตำแหน่งอื่น



การใส่ลักษณะพิเศษให้กับข้อความ
              ข้อความต่างๆ สามารถเติมลักษณะพิเศษได้ เช่น อักษรนูน, มีเงา เป็นต้น
1. เปิด Layer Palette
2. คลิกเลือกเลเยอร์ที่ต้องการ
3. คลิกที่ปุ่ม Add a Layer Style


4. เลือกรายการ Layer Style ที่ต้องการ
5. ปรากฏหน้าต่าง Layer Style ที่เลือก เช่น เมื่อเลือก Drop Shadow จะปรากฏรายการเลือก ดังนี้














6. ปรับค่าที่ต้องการ สามารถสังเกตผลที่เลือก ได้จากข้อความจริง เมื่อได้ผลที่ต้องการให้คลิกปุ่ม OK
7. การยกเลิก Style ที่เลือก ให้คลิกเอาเครื่องมือถูกออกจากรายการ Style ที่ปรากฏด้านซ้ายมือของหน้าต่าง Layer Style