ปัญหายาเสพติด

ในปัจจุบัน ปัญหาหนึ่งที่สำคัญของสังคมไทยคือ ปัญหายาเสพติด ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับสังคม กล่าวคือหากจะแก้ปัญหาก็ควรแก้ที่ตัวผู้เสพ ชุมชนและสังคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สภาพแวดล้อมสังคมกลับเป็นสิ่งกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เราจึงควรตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนที่ปัญหานี้จะลุกลามจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมชุด Flip Album

สร้าง E- Book ด้วยโปรเเกรม FlipAlbum 6.0 Pro.

             สื่อนำเสนอในปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ความโด่ดเด่น  น่าสนใจด้วยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia) การนำเสนอข้อความหรือเนิ้อหาปริมาณมากๆ ในลักษณะของสิ่งพิมพ์หรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)  ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากสิ่งพิมพ์หรือหนังสือที่เป็นไฟล์เนื้อหาเพียงอย่างเดียว ต้องดูด้วยเทคนิคการเลื่อนจอภาพ ไปเป็นเทคนิคการนำเสนอที่มีลักษณะการเปิดหน้าหนังสอแบบเสมือน  เนื้อหาที่นำเสนอเป็นได้ทั้งข้อความ  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  วิดีทัศน์ และเสียง  อันเป็นการใช้ความสามารถของเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาผสมผสานกบ e-Book  ได้อย่างลงตัว  เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงอย่างมากในปัจจุบันภายใตชื่อเรียกว่า Multimedia e-Book

             การพัฒนา Multimedia e-Book  มีซอฟต์แวร์ช่วยหลายตัว โดยซอฟต์แวร์ที่โดดเด่นตัวหนึ่งคือ FlipAlbum ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น FlipAlbum 6.0  โดยความสามารถของโปรแกรมที่ทำให้การนำเสนอสื่อออกมาในรูปแบบ 3D Page-Flipping interface และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า FlipBook ผลงานที่ได้นี้สามารถนำเสนอได้ทั้งแบบ Offline ด้วยความสามารถ AutoRun อัตโนมัติ และ Online ผ่านโปรแกรมแสดงผลเฉพาะ FlipViewer


การเลื่อนหน้ากระดาษ
  • คลิกบนหน้ากระดาษด้านขวา เพื่อดูหน้าถัดไป
  • คลิกบนหน้ากระดาษด้านซ้าย เพื่อย้อนกลับ
  • เลื่อนเมาส์ไปชี้ที่ขอบหนังสือด้านซ้ายหรือขวามือเพื่อเลือกหน้าที่จะเปิด
  • คลิกปุ่มขวาของเมาส์บนหน้ากระดาษ เเล้วคลิกคำสั่ง Flip To

                          o    Front Cover   คือปกหน้า
                          o    Back Cover  คือปกหลัง
                          o    Overview  คือหน้าสรุปรวมเนื้อหา
                                ซึ่งมีลักษณะเป็นภาพขนาดเล็ก (Thumbnails)

         การทำงานของหน้านี้ แบ่งเป็น 

         >>  การคลิกที่รูปภาพเล็ก เพื่อแสดงภาพแบบเต็มจอ
                กดปุ่ม Esc   เพื่อกลับสู่สภาวะปกติ
          >>  การคลิกที่ชื่อภาพ เพื่อเปิดไปยังหน้านั้นๆ
          >>  ใช้เทคนค Drag & Drop ชื่อไฟล์ภาพ
               เพื่อสลับตำแหน่ง
         >>  คลิกปุ่มขวาของเมาส์ที่รูปเพื่อเปิดเมนูลัด
                ในการทำงาน

o Contents  คือหน้าสารบัญ โปรแกรมจะนำชื่อไฟล์ภาพหรือสื่อมาเป็นรายการสารบัญ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ตามต้องการ แต่ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษใดๆ เช่น % ^ /    



การปรับเปลี่ยนอัลบั้มอิสระ
     FlipAlbum จะกำหนดลักษณะของหน้าปก, หน้าเอกสารด้วยภาพที่มีสีสันตาม Themes ที่เลือกเเต่ก็สามารถปรับเเต่งได้เอง โดย
1. เลือกหน้าเอกสารที่ต้องการปรับเเก้ไข
2. คลิกขวาพื้นที่หน้านั้น เเล้วเลือกคำสั่ง Page Properties
3. เลือกลักษณะของพื้นเอกสาร 
      • Default   ตามค่าเริ่มต้นของระบบ
        • Color  ระบุสีเพื่อเเสดงผลเป็นสีของพื้นเอกสาร
        • Texture  ระบุไฟล์กราฟิกอื่นๆ ที่จะนำมาใช้เป็นพื้นเอกสาร 

4.    คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการปรับเเต่งหน้าเอกสาร


การเลือกสันปกเเบบต่างๆ
     เป็นการเลือกรูปเเบบของสันปกอัลบั้มว่าจะใส่ห่วงสันปกหรือไม่ ซึ่งมีหลายเเบบให้เลือก ทำได้โดยคลิกที่คำสั่ง Options >> Book Binder เเละเลือกรูปเเบบที่ต้องการดังรูป



การปรับแต่ง / เพิ่มเติมข้อความ
  • การปรับแต่งแก้ไขข้อความใน e-Book  ทำได้โดยการดับเบิ้ลคลืกที่ข้อความเดิม  ซึ่งจะปรากฏเป็นกรอบข้อความ และแถบเครื่องมือการปรับแต่งข้อความ
  • การเพิ่มข้อความ  การเพิ่มข้อความ  จะต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อความนั้นจะเพิ่มในหน้าซ้าย  หรือหน้าขวาได้หรือไม่ โดยสังเกตจากปุ่มเครื่องมือ Insert Annotation ซึ่งจะถูกแบ่งครึ่ง  ครึ่งซ้ายคือการเพิ่มข้อความในกระดาษหน้าซ้าย  และคึ่รงขวาคือการเพิ่มข้อความในกระดาษหน้าขวา หากปุ่มเครื่องมือ Insert Annotation  ไม่สามารถคลิกได้  แสดงว่าหน้ากระดาษที่ปรากฏไม่สามารถป้อนข้อความได้  จะต้องเพิ่มหน้ากระดาษที่สามารถป้อนข้อความได้ด้วยคำสั่ง Edit, Insert Page, Left Page หรอ Right Page ก่อน


การปรับแต่งรูปภาพ
  •  การย่อ/ขยายรูปภาพ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ 
         - การย่อ/ขยายด้วย Handle
         - การย่อ/ขยายด้วยเมนูคำสั่งทีละภาพ
         - การย่อ/ขยายแบบ Batch ซึ่งให้ผลพร้อมกันหลายๆ ภาพ
  •  การหมุนภาพ
        ภาพที่นำเข้ามาบางภาพอาจจะมีแนวการแสดงผลไม่เหมาะสม ซึ่ง  
        สามารถหมุนภาพให้เหมาะสมได้โดยคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือกคำสั่ง
        Rotate จะปรากฏคำสั่งย่อย ดังนี้
        -  Left by 90    หมุนไปทางซ้าย 90 องศา
        -  Right by 90   หมุนไปทางขวา 90 องศา
        -  By 180   หมุน 180 องศา
        -  By Other Angles  หมุนโดยกำหนดมุมอิสระ

  •  การแสดงภาพด้วย Effect พิเศษ
        ทำได้โดยการคลิกขวาที่ภาพ แล้วเลือกคำสั่ง Effects จะปรากฏ
        คำสั่งย่อย ดังนี้
          - Transparent   ทำให้พื้นของภาพมีลักษณะโปร่งใส โดยโปรแกรมจะ
        แสดงหลอดดูดสี (Eye Dropper) ให้คลิก ในตำแหน่งสีที่ต้องการทำให้
        เป็นสีโปร่งใส  
         -  3D ทำให้ภาพมีลักษณะนูนแบบ 3 มิติ
         -  Shadow  ทำให้ภาพมีเงา
         -  Select Crop Shape  เลือกรุปทรงพิเศษ ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้
 เมื่อคลิกรูปแบบที่ต้องการแล้วคลิก OK ภาพดังกล่าวจะแสดงผลด้วยรูปแบบที่เลือก เช่น 

           -  Add/Edit Frame ใส่กรอบให้กับรูปภาพ โดยมีลักษณะกรอบภาพ ดังนี้



การใส่ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เสียงลงในอัลบั้ม
          นอกจากข้อความและภาพนิ่ง  โปรแกรมยังสนับสนุนการนำเสนอสื่อมัลติมีเดียรูปแบบต่างๆ  เช่น  เสียง  วีดิทัศน์  และภาพเคลื่อนไหว  เช่น Gif Animation  โดยใช้เทคนิคการนำเข้า เช่นเดียวกับรูปภาพ คือใช้ปุ่มเครื่องมือ Insert Multi-media Objects   แล้วลากไฟล์สื่อที่ต้องการมาวางบนหน้ากระดาษ



การทำจุดเชื่อมโยง (Link)
            การทำจุดเชื่อมหรือลิงก์ (Link) ด้วยข้อความหรือวัตถุต่างๆ  ไปยังตำแหน่งต่างๆ หรือเรียกว่าเว็บไซต์  ก็เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของ e-Book  ดังนั้น FlipAlbum  จงเตรียมคำสั่งเพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวก  โดยเลือกกรอบข้อความ  รูปภาพแล้วคลิกขวา จากนั้นเลือกคำสั่ง Set Link..


Photoshop

               โปรแกรมPhotoshopเป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบบในทุกวงกาย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshopจะประกอบด้วยโปรแกรมสองตัวได้แก่ Photoshop และ ImageReady การที่จะใช้งานโปรแกรม Photoshopคุณต้องมีเครื่องที่มีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหน่วยความจำที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นการสร้างงานของคุณคงไม่สนุกแน่ เพราะการทำงานจะช้าและมีปัญหาตามมามากมาย ขณะนี้โปรแกรม Photoshop ได้พัฒนามาถึงรุ่น Adobe Photoshop CS

ลักษณะหน้าต่างของโปรเเกรม











จากรูป
1.Title Bar แสดงชื่อโปรแกรม และ/หรือ ชื่อไฟล์ ตลอดจนค่าเกี่ยวกับโหมดภาพ
2.Control Button ปุ่มควบคุมหน้าต่าง ประกอบด้วยปุ่ม Minimize, Maximize/Restore, Close Button
3.Menu Bar แถบคำสั่งควบคุมการทำงาน
4.Toolbox แถบเครื่องมือ
5.Workarea Window หน้าต่างสร้างงาน
6.Screen Area หน้าต่างโปรแกรม
7.Palettes ชุดคำสั่งเฉพาะงาน
8.Status Bar แสดงสถานะการทำงาน
9.Option Bar แสดงชุดคำสั่งย่อยของเครื่องมือที่เลือกใช้งาน



เครื่องมือจากแถบ Toolbars
               เครื่องมือต่างๆ ประกอบด้วย



















เครื่องมือพื้นฐาน 

Zoom 
ใช้ในการขยายภาพวัตถุเข้า-ออก เพื่อให้เราสามารถมองเห็นงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อต้องการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นให้นำเคอร์เซอร์ไปคลิกที่ภาพ
ถ้าต้องการทำให้ภาพเล็กลง ให้กด ค้างไว้แล้วจึงไปคลิกที่ภาพ
หาก Double Click ที่เครื่องมือ zoom จะเป็นการขยายภาพให้สู่โหมด 100% อย่างรวดเร็ว

 Hand 
ใช้ในการเลื่อนภาพ ในกรณีที่ภาพมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถมองได้ทั่วถึง
หากทำการ Double Click ที่เครื่องมือ Hand จะเป็นการปรับหน้าจอภาพ ให้อยู่ในโหมดพอดีกับกรอบภาพ (Actual Size)

 Selection

               เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างขอบเขต ซึ่งจะมีให้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับงานที่เราต้องการสร้างสามารถ Double Click เพื่อเปิดหน้าต่างควบคุม (Options) ประกอบการทำงาน เช่น กำหนดค่าความฟุ้งของขอบ (Feather) เป็นต้น

Move 
ใช้ในการย้ายภาพที่เราทำงานอยู่


การปรับขนาดของภาพ
               ภาพที่นำมาใช้ประกอบเว็บ ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป หากท่านนำภาพมาใช้งาน และพบว่ามีขนาดใหญ่มาก ควรทำการย่อขนาดของภาพด้วย PhotoShop ก่อนนำไปใช้งานจริง ไม่ควรใช้ Attribute Width & Height ใน TAG ควบคุมขนาด เพราะจะทำให้ การโหลดภาพช้ากว่าปกติ โดยคำสั่งที่ใช้ในการย่อ / ขยายขนาดภาพ คือ Image, Image Size... ซึ่งปรากฏจอภาพทำงานดังนี้




การใช้สี
               เครื่องมือแรกที่อยู่ใน Tool Bar ที่เกี่ยวกับสีคือ


               เมื่อคลิกเข้าไปใน Foreground/Background Color จะเจอกับ Color Picker เพื่อใช้ในการเลือกสีที่ต้องการ



- คลิกเลือกสีที่ต้องการแล้วกดปุ่ม OK
- สามารถกดที่ปุ่ม Default color เพื่อคืนค่าสีเป็น "ขาว/ดำ"
- สามารถกดปุ่ม Swap color เพื่อกลับค่าสีที่เลือก

              เรายังสามารถเลือกสีได้จาก Palette Color และ Swatches โดยการเข้าไปที่เมนู Window / Show Color, Show Swatches





คำสั่งปรับแต่งภาพ
                 ภาพที่ผ่านการสแกน หรือภาพจากแหล่งอื่นๆ ก่อนนำมาใช้งาน มักจะต้องปรับแต่งสีก่อนเสมอ ด้วยคำสั่ง Image, Adjust
Levels
            เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยการเติมสีขาว-ดำลงไป ซึ่งเราจะใช้กราฟ Histogram ในการปรับระดับสี 
กด Alt ค้างไว้ จะเปลี่ยนปุ่ม Cancel เป็น Reset ทำให้กลับไปที่ค่าเริ่มต้น
Auto Levels 
                เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะคำนึงถึงระดับความสว่างและมืดของสีในแต่ละ Channel

Auto Contrast 
               เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะคำนึงถึงพื้นที่ที่สวางและมืดของภาพ แล้วปรับให้เห็นความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Curves 
              









               เป็นการปรับความสว่าง-มืดของภาพ คล้ายกับ Levels โดยการใช้เส้น Curves เป็นตัวกำหนด ซึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสีเดิมกับสีใหม่

Color Balance 
                เป็นการปรับแต่งความสมดุลของสีภาพ โดยใช้โหมดสีเป็นตัวกำหนด เช่น CMYK, RGB..

Brightness/Contrast 
               เป็นการปรับค่าความสว่าง-มืด และความแตกต่างของสีโดยรวม

Hue/Saturation 
               เป็นการปรับแต่งโทนสีโดยคำนึงถึงพื้นฐานการมองเห็นของมนุษย์คือ
- Hue = ค่าความสะท้อนแสง

- Saturation = ความเข้มข้นของสี

- Brightness = ความสว่าง-มืด

Desaturate 
                เป็นการเอาค่าสีออกจากภาพให้เหลือแต่สีขาว-ดำ โดยที่โหมดภาพจะยังคงเดิม

Replace Color 
              เป็นการแทนที่สีในภาพด้วยสีใหม่


Channel Mixer 
                เป็นการปรับแต่งโทนสีแต่ละสีโดยใช้โหมดสีเป็นตัวกำหนด เช่น CMYK,RGB

Invert 
                เป็นการปรับสีในภาพให้เป็นสีตรงข้าม

Equalize 
                เป็นการกระจายค่าความสว่าง-มืดของภาพ ให้มีค่าเท่ากัน มักใช้กับภาพที่สแกนมา

Threshold 
                 เป็นการเปลี่ยนภาพสี ให้เป็นภาพที่มีแต่สีขาว-ดำ โดยใช้ค่า Threshold เป็นตัวกำหนด



การตัดภาพ
                 การนำเอาภาพขนาดใหญ่ มาใส่ในเว็บเพจ ไม่ใช่วิธีที่ดีของการนำเสนอ เพราะจะทำให้การโหลดภาพเสียเวลามาก วิธีที่ดีที่สุด คือ ควรตัดภาพเป็นชิ้นเล็ก แล้วนำภาพมาประกอบกันเป็นชิ้นอีกครั้ง ด้วยเทคนิคการประกอบภาพผ่านเอกสารเว็บ ดังนั้นเนื้อหานี้จะแนะนำการตัดภาพ เป็นส่วนๆ ก่อน เพื่อเป็นแนวทาง และเป็นการเตรียมภาพขั้นต้น ไว้ก่อน

1. เตรียมภาพที่ต้องการ และเปิดไว้บนหน้าต่างการทำงานของ Adobe Photoshop
2. ขยายหน้าต่างภาพ ให้เห็นพื้นที่ว่างรอบภาพ












3. เปิดแถบบรรทัด ด้วยคำสั่ง View, Show Rulers
4. เลือกเครื่องมือ Move Tool 
5. นำเมาส์ไปชี้ในแถบไม้บรรทัด คลิกปุ่มเมาส์ค้างไว้ แล้วลากเมาส์ (กรณีที่ชี้ที่บรรทัดแนวนอน ก็ให้ลากเมาส์ลงมา และกรณีที่ชี้ในไม้บรรทัดแนวตั้ง ก็ให้ลากเมาส์ไปด้านขวา) จะปรากฏเส้นนำสายตา (Guide Line : มักเป็นสีน้ำเงิน)
6. เลื่อนเส้นนำสายตา ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมของภาพ แล้วปล่อยนิ้วจากเมาส์ เพื่อยืนยันตำแหน่
7. หากต้องการตำแหน่งอื่น ก็ทำขั้นตอนที่ 5 - 6 ซ้ำ จนได้ครบทุกตำแหน่ง

8. ถ้าต้องการปรับตำแหน่งของเส้นนำสายตา ที่วางไว้แล้ว ให้นำเมาส์ไปชี้ที่เส้นนั้นๆ จะพบว่า Mouse Pointer มีรูปร่างเป็นลูกศรสองหัว ให้กดปุ่มเมาส์ค้างไว้ แล้วปรับตำแหน่ง
9. ถ้าต้องการลบเส้นนำสายตาเส้นใด ให้นำเมาส์ลากเส้นนำสายตาเส้นที่ต้องการ ไปปล่อยในแถบไม้บรรทัโ
10. หากต้องการลบเส้นนำสายตาทุกเส้น ให้เลือกคำสั่ง View, Clear Guides
11. ตรวจสอบว่าภาพมีการกำหนดเป็น Layer หรือไม่ หากเป็น Layer จะต้องทำการรวม Layer ก่อน ด้วยคำสั่ง Layer, Flatten Image
12. เปลี่ยนเครื่องมือเป็น Selection Tools ที่ต้องการ เช่น 
13. กำหนดพื้นที่รอบกรอบที่กำหนดไว้ ทีละกรอบ
14. เลือกคำสั่ง Edit, Copy เพื่อคัดลอกข้อมูลที่เลือก ไว้ใน Clipboard
15. เลือกคำสั่ง File, New เพื่อเปิดพื้นที่งานใหม่ โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ ให้กดปุ่ม ได้เลย
16. เลือกคำสั่ง Edit, Paste เพื่อวางข้อมูลจาก Clipboard บนหน้าต่างที่เตรียมไว้
17. จัดเก็บงาน ด้วยไฟล์ฟอร์แมตที่ต้องการ
18. ทำขั้นตอนที่ 13 - 17 ซ้ำ กับภาพตำแหน่งอื่น



การใส่ลักษณะพิเศษให้กับข้อความ
              ข้อความต่างๆ สามารถเติมลักษณะพิเศษได้ เช่น อักษรนูน, มีเงา เป็นต้น
1. เปิด Layer Palette
2. คลิกเลือกเลเยอร์ที่ต้องการ
3. คลิกที่ปุ่ม Add a Layer Style


4. เลือกรายการ Layer Style ที่ต้องการ
5. ปรากฏหน้าต่าง Layer Style ที่เลือก เช่น เมื่อเลือก Drop Shadow จะปรากฏรายการเลือก ดังนี้














6. ปรับค่าที่ต้องการ สามารถสังเกตผลที่เลือก ได้จากข้อความจริง เมื่อได้ผลที่ต้องการให้คลิกปุ่ม OK
7. การยกเลิก Style ที่เลือก ให้คลิกเอาเครื่องมือถูกออกจากรายการ Style ที่ปรากฏด้านซ้ายมือของหน้าต่าง Layer Style

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างการศึกษาโครงงานเรื่อง "การพัฒนาหนังสืออิเล็กทอรนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา"

ตัวอย่างโครงงานเรื่อง
 “การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา
ความเป็นมาของโครงงาน
การจัดการศึกษาในอนาคตที่จะถึงนี้จำเป็นต้องยึดแนวทางตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความจำเป็นต่อการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดำเนินการจัดการศึกษา
                หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book เป็นสื่อเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทางครูหรือ บุคลากรทางการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดตามที่มาตรฐานการศึกษากำหนด 
การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-book) ให้มีคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ได้ดี ผู้สร้างต้องใช้ทักษะต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จึงต้องใช้ทั้ง ความรู้ ทักษะ เทคนิคกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.  เพื่อศึกษาการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)
2.  เพื่อศึกษาการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
3. เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
สมมุติฐานของการดำเนินการ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขอบเขตของการดำเนินการ
                การศึกษาครั้งนี้ มุ่งพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อให้การศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้ศึกษาได้กำหนดขอบเขตการศึกษา ดังนี้
1. ประชากร: ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มโรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 441 คน
2.   กลุ่มตัวอย่าง: กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดงได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีจับสลากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเดี่ยว แบบกลุ่มและภาคสนาม
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
 1. ความหมายและธรรมชาติของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์ที่ใช้ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ  แต่กระนั้นก็ได้มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายท่านด้วยกัน  สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน  คือ  ในลักษณะของซอฟท์แวร์, ฮาร์ดแวร์ และในลักษณะที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์
                หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะแจกต่างจากหนังสือเล่มในการพลิกหน้า โดยที่ไม่ได้มีการพลิกหน้าจริง  หากแต่เป็นไปในลักษณะของการซ้อนทับกันสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  กับหนังสือเล่มอย่างเด่นชัดนั้นก็คือ การปฏิสัมพันธ์ และความเป็นพลวัต (Barker,1996 : 14) ๙งอาจแตกต่างกันบ้างในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละเล่ม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน  และการปฏิสัมพันธ์จากผู้อ่าน  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีหน้าปกเพื่อบอกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับหนังสือ  หากใน 1 หน้ามีข้อมูลเป็นหน้าคู่  ด้านซ้ายมือเป็นหน้าซ้าย ด้านขวามือเป็นหน้าขวา กดปุ่มไปหน้าก็จะไปยังหน้าต่อไป กดปุ่มถอยหลังจะกลับไปหน้าก่อนนอกจากนี้ยังสามารถกระโดดข้ามไปยังหน้าที่ผู้อ่านต้องการได้อีกด้วย หน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าก่อนออกจากโปรแกรม ถึงแม้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะคล้ายกับหนังสือมาก แต่ข้อจำกัดที่มีอยู่มากมายในหนังสือเล่มไม่สามารถส่งอิทธิพลมายังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด
 2. ข้อดีและข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
  2.1 ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  มีข้อดีดังต่อไปนี้
1. เป็นสื่อที่รวมเอาจุดเด่นของสื่อแบบต่างๆมารวมอยู่ในสื่อตัวเดียว  คือสามารถแสดงภาพ  แสง เสียง ภาพเคลื่อนไหว  และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้
2. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น
3.  ครูสามารถใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการชักจูงผู้เรียนในการอ่าน,การเขียน,การฟัง และการพูดได้
4. มีความสามารถในการออนไลน์ผ่านเครือข่าย  และเชื่อมโยงไปสู่โฮมเพจและเวปไซต์ต่างๆอีกทั้งยังสามารถอ้างอิงในเชิงวิชาการได้
               5.  มีลักษณะไม่ตายตัว  สามารถแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยใช้ความสามารถของไฮเปอร์เท็กซ์
               6. ในการสอนหรืออบรมนอกสถานที่  การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น  เนื่องจากสื่อสามารถสร้างเก็บไว้ในแผ่นซีดีได้ ไม่ต้องหอบหิ้วสื่อซึ่งมีจำนวนมาก
               7. การพิมพ์ทำได้รวดเร็วกว่าการใช้กระดาษ  สามารถทำสำเนาได้เท่าที่ต้องการ  ประหยัดวัสดุในการสร้างสื่อ  อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
2.2 ข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 
1. คนไทยส่วนใหญ่ยังคงชินอยู่กับสื่อที่อยู่ในรูปกระดาษมากกว่า อีกทั้งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยังไม่สามารถใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับสื่อสิ่งพิมพ์  และความสะดวกในการอ่านก็ยังน้อยกว่ามาก
2.  หากโปรแกรมสื่อมีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ  จะทำให้การเปลี่ยนหน้าจอมีความล่าช้า
3. การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี  ผู้สร้างต้องมีความรู้และความชำนาญในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และการสร้างสื่อดีพอสมควร
4.ผู้ใช้สื่ออาจไม่ใช่ผู้สร้างสื่อฉะนั้นการปรับปรุงสื่อจึงทำได้ยากหากผู้สอนไม่มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. ใช้เวลาในการออกแบบมาก  เพราะต้องใช้ทักษะในการออกแบบเป็นอย่างดี  เพื่อให้ได้สื่อที่มีคุณภาพ
วิธีดำเนินการ
  ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ให้กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการทดลองมาทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
2. ผู้วิจัยอธิบายกลุ่มตัวอย่างให้ทราบถึงจุดประสงค์ของการทดลอง
3. ให้กลุ่มตัวอย่างทดลองฝึกการทำเครื่องหมายบนใจความสำคัญ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
4. จากนั้นกลุ่มตัวอย่างศึกษาเนื้อหาจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์      เรื่องกราฟิกเบื้องต้นเป็นรายบุคคล ผู้วิจัยจะคอยสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนตลอดการเรียน ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
5. เมื่อหมดเวลา ผู้วิจัยสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
6. ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
7. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการตรวจให้คะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่าง มีเกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง และให้ 0 คะแนนสำหรับคำตอบที่ผิดหรือไม่ตอบ และนำคะแนนที่ได้มาหาค่า E1/ E2
  เมื่อ   E1  คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
  เมื่อ   E2 คือ ประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียน
 x คือ คะแนนรวมของผู้เรียน จากการทำแบบฝึกหัด
 y คือ คะแนนที่ได้รวมของผู้เรียน จากแบบทดสอบหลังเรียน
   N แทน จำนวนผู้เรียน
  A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัด
  B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน

ผลการดำเนินการ
1. ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 1
1. ขาดคำแนะนำลำดับขั้นตอนการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสนว่า ควรเริ่มต้นเรียนตรงไหนก่อน-หลัง
2. การควบคุมเส้นทางการดำเนินบทเรียนไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนในผู้เรียนบางคน
3. ผู้เรียนมักเปิดไฟล์ exe ทิ้งไว้โดยไม่ปิด ทำให้การอ่านบทเรียนเป็นไปได้ช้า
4. ผู้เรียนสับสนในการทำแบบทดสอบ เนื่องจากไม่ได้อ่านคำแนะนำซึ่งผู้วิจัยได้ทำเป็นปุ่มไว้ให้อ่านก่อนทำแบบทดสอบ
5. มีการจัดหน้าแน่นจนเกินไป
6. ขาดการเชื่อมโยงความรู้จากเรื่องที่ได้เรียนมา
7. เนื้อหากับภาพที่ใช้บางภาพไม่สัมพันธ์กัน
8. มีการพิมพ์ผิดหลายแห่ง
2. ผลการทดลองครั้งที่ 2
การทดลองครั้งที่ 2 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 9 คน
                2.1 ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อทำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ย 82.50 และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 84.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
 2.2 ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 2 และผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2
1. ปุ่มออกจากบทเรียนในหน้าจอหลัก และปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์ มาที่หน้าจอหลักใช้คำว่า “Exit” เหมือนกัน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสน
2. เมื่อเปิดไฟล์ exe จะไม่มีการแสดงผลที่หน้าจอ แต่จะไปกองรวมกันอยู่ที่แถบทาสก์บาร์ (Task Bar) ล่างจอแทน ทำให้ผู้เรียนมองไม่เห็นแล้วกดเรียกชื่อใหม่เรื่อยๆ จนไม่สามารถเรียกใช้ไฟล์ exe ตัวอื่นได้
3. การจัดหน้ายังแน่นอยู่ ทำให้ผู้เรียนรู้สึกอึดอัด
4. หมายเลขในข้อสอบไม่ตรงกับในกระดาษคำตอบ
ผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2
1. เปลี่ยนปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์เป็นคำว่า “Menu” แทน
2. แก้ไขไฟล์ต้นฉบับ แล้ว package ไฟล์ exe ใหม่
3. ปรับการจัดหน้าให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น
4. แก้ไขหมายเลยในข้อสอบให้ตรงกับในกระดาษคำตอบ
3. ผลการทดลองครั้งที่ 3
การทดลองครั้งที่ 3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน
 3.1 ผลการตรวจประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยได้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อนำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 90.92 และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 96.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80


สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์    เรื่องกราฟิกเบื้องต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.92/96.67 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานของการวิจัยที่ได้ตั้งไว้  สอดคล้องกับวิจัยของ คลีเมนท์ที่ได้พัฒนาซีดีรอมมัลติมีเดียวิชาศิลปะขึ้น และได้รับผลสำเร็จมากในการทดลอง  ซึ่งข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับการวิจัยของเกษมศรี พรหมภิบาล ได้ศึกษาผลของการสอนวิชาการออกแบบ 1 ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก  พบว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้  และสอดคล้องกับกาการวิจัยของบาร์กเกอร์และกิลเลอร์  ที่ได้ศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมัลติมีเดียแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อการสอนภาษาฝรั่งเศสเปรียบเทียบกับการสอนวิธีอื่นๆซึ่งได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ  นอกจากนั้น  ศิริยงค์ ฉัตรโท ได้สรุปในงานวิจัยของเขาว่า  การสร้างสื่อนำเสนอแบบอินเตอร์แอคทีฟ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
หากจะมาวิเคราะห์กันว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่องกราฟิกเบื้องต้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จะได้ว่า
               ประการที่ 1 มีการใช้ตัวอักษรและพื้นหลังที่เหมาะสม  กล่าวคือ ในส่วนของเนื้อหา ผู้วิจัยได้ใช้ตัวอักษร เจ เอส จินดารา ขนาด 20 พอยน์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร Anssana UPC สามารถอ่านง่าย  สบายตา
               ประการที่ 2 ผู้วิจัยได้มีการจัดหน้าจอให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน  เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นเกิดความสับสน  โดยมีหน้าจอ 2 รูปแบบ คือหน้าจอปกติและหน้าจอไฮเปอร์เท็กซ์  ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
               ประการที่ 3 ได้มีการออกแบบบทเรียนในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ทำให้บทเรียนไม่น่าเบื่อ  ผู้เรียนจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนอย่าสม่ำเสมอ  ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
  ประการที่ 4 ในการออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่องกราฟิกเบื้องต้น  ผู้วิจัยได้ออกแบบอยู่บนพื้นฐานจิตวิทยาแรงจูงใจ  โดยใช้ไฮเปอร์เท็กซ์และแบบทดสอบเป็นแรงจูงใจในการเรียน  จาดพื้นฐานการอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการอยากรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีสิ่งที่แนะ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ขึ้น
                จากหลักการดังกล่าวข้างต้น  ประกอบกับขั้นตอนการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  อย่างมีระบบ  ตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรเนื้อหาวิชา 263-201 เทคโนโลยีการศึกษา การเขียนแผนการสอน  การจัดทำสตอรีบอร์ด  และการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม  ค่าความยากง่าย  และค่าอำนาจจำแนกแล้ว  ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องกราฟิกเบื้องต้น  ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 สามารถนำไปประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา  263-201 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ
                1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
                 1.1 การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีจำนวนหน้ามากๆด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat จะมีจำนวนการเชื่อมโยง (Link) มากตามไปด้วย  ทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก  และเกิดการผิดพลาดได้ง่ายจึงควรสร้างเป็นเทมเพลท ที่เชื่อมโยงกันไว้เรียบร้อยแล้ว  โดยเลือกการสร้างแบบ EXECUTE MENU ITEM เมื่อใช้งานจริงให้ใช้คำสั่ง DOCUMENT REPLACE PAGES เพื่อแทนที่เทมเพลทที่สร้างไว้  จะทำให้ประหยัดเวลาลงได้มาก
  1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะใช้เปิดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  หากมีโปรแกรม Adobe Acrobat 5 อยู่ควรถอนโปรแกรม (Uninstll) ออกก่อน  แล้ว Restat เครื่องใหม่ก่อนที่จะลงโปรแกรม Adobe Acrobat 4 gเพื่อความสมบูรณ์ของโปรแกรม
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
  2.1 ควรมีการวิจัยเปรียบเทียบรูปแบบการบันทึกใจความสำคัญในรูปแบบต่างๆได้แก่  การทำเครื่องหมายลงบนใจความสำคัญโดยตรง, การให้ผู้เรียนคัดลอกหรือพิมพ์ใจความสำคัญลงในโปรแกรม (NOTEPAD) และการคัดลอกลงกระดาษ  เป็นต้น  ว่าจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่
  2.2 ควรมีการเปลี่ยนสื่อที่ใช้ในการวิจัยหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์จากซีดีรอมไปเป็นอินเตอร์เน็ตบ้าง

เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ.  2534.  เอกสารเพื่อการพัฒนาหนังสือ อันดับ 1 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
         กรุงเทพฯ : การศาสนา กรมการศาสนา.
กระทรวงศึกษาธิการ.  นโยบายและแผนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม.  2542.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : พริกหวาน.
กิดานันท์  มลิทอง.  2542. สรรค์สร้างหน้าเว็บและงานกราฟิกบนเว็บ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยยงศ์  พรหมวงศ์.  2537.  ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน.  กรุงเทพฯ :
                มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ไชยยศ  เรืองสุวรรณ.  2533.  เทคโนโลยีการศึกษา : ทฤษฎีและการวิจัย.  กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
ถนอมพร  เลาหจรัสแสง.  2541.  คอมพิวเตอร์ช่วยสอน.  กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประชิด  ทินบุตร.  2530.  การออกแบบกราฟิค.  กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
เปรื่อง  กุมุท.  2537.  ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน. กรุงเทพฯ :
                มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วงพงศ์  วรชาติอุดมพงศ์.  2538.  บทความรู้ทางการออกแบบพาณิชยศิลป์ ออกแบบกราฟิก.
                กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์น.
ศิริพงศ์  พยอมแย้ม.  2537.  เทคนิคงานกราฟิก.  กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
สุนทร  โคตรบรรเทา, ผู้แปล.  2522.  ถนนสู่การอ่าน : วิธีการอ่านอย่างฉลาดและเทคนิคการอ่านแบบต่าง ๆ.
 กรุงเทพ ฯ : ต้นอ้อ แกรมมี่.
โสภา  ชูพิกุลชัย.  2521.  จิตวิทยาทั่วไป.  กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงงาน
                 1. จากการศึกษาโครงงานเรื่อง การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษาเห็นว่า โครงงานมีความละเอียดและสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของโครงงานจริง แต่ในบางเนื้อหา บางตอน พบว่าผู้ทำโครงงานมีการใช้คำที่มากเกินไป มีเนื้อหาบางตอนที่มากเกินความจำเป็น เช่นในเรื่องของ ที่มาและความสำคัญ เมื่อศึกษาตัวโครงงานจริงๆพบว่า เป็นลักษณะของการบรรยายความหมายและประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าจะเป็นการบอกที่มาของโครงงานโดยตรง ทำให้เนื้อหายืดเยื้อและยาวมาก แต่กลับสรุปเป็นใจความได้เพียงสั้นๆตามที่กลุ่มของพวกเราได้สรุปไว้
                2.ลักษณะการจัดเรียงรูปแบบการทำโครงงานและการพิมพ์โครงงานยังไม่ถูกต้องตามหลักเท่าที่ควร เช่น การใช้ตัวเลขหัวข้อเกินความจำเป็น การแบ่งวรรค หรือการย่อหน้าที่ไม่เสมอกัน เป็นต้น