ตัวอย่างโครงงานเรื่อง
“การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)
เพื่อการศึกษา”
ความเป็นมาของโครงงาน
การจัดการศึกษาในอนาคตที่จะถึงนี้จำเป็นต้องยึดแนวทางตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบัน
และในอนาคตคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความจำเป็นต่อการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดำเนินการจัดการศึกษา
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book
เป็นสื่อเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทางครูหรือ
บุคลากรทางการศึกษา
และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดตามที่มาตรฐานการศึกษากำหนด
การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-book) ให้มีคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ได้ดี ผู้สร้างต้องใช้ทักษะต่าง ๆ มากมาย
ดังนั้นการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จึงต้องใช้ทั้ง ความรู้ ทักษะ
เทคนิคกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้เป็นอย่างดี ดังนั้น
จึงจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1. เพื่อศึกษาการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(e-book)
2. เพื่อศึกษาการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
3. เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
สมมุติฐานของการดำเนินการ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขอบเขตของการดำเนินการ
การศึกษาครั้งนี้
มุ่งพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
และเพื่อให้การศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผู้ศึกษาได้กำหนดขอบเขตการศึกษา ดังนี้
1. ประชากร: ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มโรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดง จังหวัดบุรีรัมย์
จำนวน 441 คน
2. กลุ่มตัวอย่าง: กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนโนนดินแดง อำเภอ
โนนดินแดงแดงได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย
(Simple
Random Sampling) โดยวิธีจับสลากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเดี่ยว
แบบกลุ่มและภาคสนาม
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
1. ความหมายและธรรมชาติของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์ที่ใช้ในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นก็ได้มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายท่านด้วยกัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือ
ในลักษณะของซอฟท์แวร์, ฮาร์ดแวร์
และในลักษณะที่เป็นทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะแจกต่างจากหนังสือเล่มในการพลิกหน้า
โดยที่ไม่ได้มีการพลิกหน้าจริง
หากแต่เป็นไปในลักษณะของการซ้อนทับกันสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ กับหนังสือเล่มอย่างเด่นชัดนั้นก็คือ
การปฏิสัมพันธ์ และความเป็นพลวัต (Barker,1996 :
14) ๙งอาจแตกต่างกันบ้างในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละเล่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน และการปฏิสัมพันธ์จากผู้อ่าน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีหน้าปกเพื่อบอกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับหนังสือ หากใน 1 หน้ามีข้อมูลเป็นหน้าคู่ ด้านซ้ายมือเป็นหน้าซ้าย ด้านขวามือเป็นหน้าขวา
กดปุ่มไปหน้าก็จะไปยังหน้าต่อไป กดปุ่มถอยหลังจะกลับไปหน้าก่อนนอกจากนี้ยังสามารถกระโดดข้ามไปยังหน้าที่ผู้อ่านต้องการได้อีกด้วย
หน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าก่อนออกจากโปรแกรม
ถึงแม้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะคล้ายกับหนังสือมาก
แต่ข้อจำกัดที่มีอยู่มากมายในหนังสือเล่มไม่สามารถส่งอิทธิพลมายังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด
2.
ข้อดีและข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
2.1 ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีข้อดีดังต่อไปนี้
1.
เป็นสื่อที่รวมเอาจุดเด่นของสื่อแบบต่างๆมารวมอยู่ในสื่อตัวเดียว คือสามารถแสดงภาพ แสง เสียง ภาพเคลื่อนไหว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้
2.
ช่วยให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น
3.
ครูสามารถใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการชักจูงผู้เรียนในการอ่าน,การเขียน,การฟัง และการพูดได้
4.
มีความสามารถในการออนไลน์ผ่านเครือข่าย
และเชื่อมโยงไปสู่โฮมเพจและเวปไซต์ต่างๆอีกทั้งยังสามารถอ้างอิงในเชิงวิชาการได้
5. มีลักษณะไม่ตายตัว
สามารถแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยใช้ความสามารถของไฮเปอร์เท็กซ์
6.
ในการสอนหรืออบรมนอกสถานที่
การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากสื่อสามารถสร้างเก็บไว้ในแผ่นซีดีได้
ไม่ต้องหอบหิ้วสื่อซึ่งมีจำนวนมาก
7.
การพิมพ์ทำได้รวดเร็วกว่าการใช้กระดาษ
สามารถทำสำเนาได้เท่าที่ต้องการ
ประหยัดวัสดุในการสร้างสื่อ
อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
2.2
ข้อจำกัดของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
1. คนไทยส่วนใหญ่ยังคงชินอยู่กับสื่อที่อยู่ในรูปกระดาษมากกว่า
อีกทั้งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยังไม่สามารถใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับสื่อสิ่งพิมพ์ และความสะดวกในการอ่านก็ยังน้อยกว่ามาก
2. หากโปรแกรมสื่อมีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ จะทำให้การเปลี่ยนหน้าจอมีความล่าช้า
3. การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี
ผู้สร้างต้องมีความรู้และความชำนาญในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และการสร้างสื่อดีพอสมควร
4.ผู้ใช้สื่ออาจไม่ใช่ผู้สร้างสื่อฉะนั้นการปรับปรุงสื่อจึงทำได้ยากหากผู้สอนไม่มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. ใช้เวลาในการออกแบบมาก เพราะต้องใช้ทักษะในการออกแบบเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้สื่อที่มีคุณภาพ
วิธีดำเนินการ
ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.
ให้กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการทดลองมาทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
2. ผู้วิจัยอธิบายกลุ่มตัวอย่างให้ทราบถึงจุดประสงค์ของการทดลอง
3. ให้กลุ่มตัวอย่างทดลองฝึกการทำเครื่องหมายบนใจความสำคัญ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
4. จากนั้นกลุ่มตัวอย่างศึกษาเนื้อหาจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องกราฟิกเบื้องต้นเป็นรายบุคคล
ผู้วิจัยจะคอยสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนตลอดการเรียน ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
5. เมื่อหมดเวลา ผู้วิจัยสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
6. ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
7. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการตรวจให้คะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน
แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่าง มีเกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง และให้ 0 คะแนนสำหรับคำตอบที่ผิดหรือไม่ตอบ
และนำคะแนนที่ได้มาหาค่า E1/ E2
เมื่อ
E1 คือ
ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เมื่อ
E2 คือ ประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียน
∑x คือ คะแนนรวมของผู้เรียน จากการทำแบบฝึกหัด
∑y คือ คะแนนที่ได้รวมของผู้เรียน จากแบบทดสอบหลังเรียน
N แทน จำนวนผู้เรียน
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัด
B แทน
คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
ผลการดำเนินการ
1.
ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 1
1.
ขาดคำแนะนำลำดับขั้นตอนการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสนว่า
ควรเริ่มต้นเรียนตรงไหนก่อน-หลัง
2.
การควบคุมเส้นทางการดำเนินบทเรียนไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนในผู้เรียนบางคน
3.
ผู้เรียนมักเปิดไฟล์ exe ทิ้งไว้โดยไม่ปิด
ทำให้การอ่านบทเรียนเป็นไปได้ช้า
4.
ผู้เรียนสับสนในการทำแบบทดสอบ
เนื่องจากไม่ได้อ่านคำแนะนำซึ่งผู้วิจัยได้ทำเป็นปุ่มไว้ให้อ่านก่อนทำแบบทดสอบ
5.
มีการจัดหน้าแน่นจนเกินไป
6.
ขาดการเชื่อมโยงความรู้จากเรื่องที่ได้เรียนมา
7.
เนื้อหากับภาพที่ใช้บางภาพไม่สัมพันธ์กัน
8.
มีการพิมพ์ผิดหลายแห่ง
2.
ผลการทดลองครั้งที่ 2
การทดลองครั้งที่
2 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน
80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 9 คน
2.1
ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
โดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อทำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน
ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ย 82.50
และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 84.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
80/80
2.2 ข้อบกพร่องในการทดลองครั้งที่ 2
และผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2
1.
ปุ่มออกจากบทเรียนในหน้าจอหลัก และปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์
มาที่หน้าจอหลักใช้คำว่า “Exit” เหมือนกัน
ทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสน
2.
เมื่อเปิดไฟล์ exe จะไม่มีการแสดงผลที่หน้าจอ แต่จะไปกองรวมกันอยู่ที่แถบทาสก์บาร์
(Task Bar) ล่างจอแทน
ทำให้ผู้เรียนมองไม่เห็นแล้วกดเรียกชื่อใหม่เรื่อยๆ จนไม่สามารถเรียกใช้ไฟล์ exe
ตัวอื่นได้
3.
การจัดหน้ายังแน่นอยู่ ทำให้ผู้เรียนรู้สึกอึดอัด
4.
หมายเลขในข้อสอบไม่ตรงกับในกระดาษคำตอบ
ผลการปรับปรุงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ครั้งที่ 2
1.
เปลี่ยนปุ่มออกจากหน้าไฮเปอร์เท็กซ์เป็นคำว่า “Menu” แทน
2.
แก้ไขไฟล์ต้นฉบับ แล้ว package ไฟล์ exe ใหม่
3.
ปรับการจัดหน้าให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น
4.
แก้ไขหมายเลยในข้อสอบให้ตรงกับในกระดาษคำตอบ
3.
ผลการทดลองครั้งที่ 3
การทดลองครั้งที่
3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามเกณฑ์มาตรฐาน
80/80 และเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของสื่อ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน
3.1
ผลการตรวจประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
จากการทดสอบหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
โดยได้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและหลังเรียน
เพื่อนำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ทำให้เห็นได้ว่า ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ
90.92 และแบบทดสอบระหว่างเรียนได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 96.67
ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
สรุปผล
อภิปราย และข้อเสนอแนะ
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องกราฟิกเบื้องต้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.92/96.67
ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานของการวิจัยที่ได้ตั้งไว้
สอดคล้องกับวิจัยของ คลีเมนท์ที่ได้พัฒนาซีดีรอมมัลติมีเดียวิชาศิลปะขึ้น
และได้รับผลสำเร็จมากในการทดลอง
ซึ่งข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับการวิจัยของเกษมศรี พรหมภิบาล ได้ศึกษาผลของการสอนวิชาการออกแบบ
1 ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก
พบว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้
และสอดคล้องกับกาการวิจัยของบาร์กเกอร์และกิลเลอร์
ที่ได้ศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมัลติมีเดียแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อการสอนภาษาฝรั่งเศสเปรียบเทียบกับการสอนวิธีอื่นๆซึ่งได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนั้น
ศิริยงค์ ฉัตรโท ได้สรุปในงานวิจัยของเขาว่า การสร้างสื่อนำเสนอแบบอินเตอร์แอคทีฟ
แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
หากจะมาวิเคราะห์กันว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องกราฟิกเบื้องต้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จะได้ว่า
ประการที่
1 มีการใช้ตัวอักษรและพื้นหลังที่เหมาะสม
กล่าวคือ ในส่วนของเนื้อหา ผู้วิจัยได้ใช้ตัวอักษร เจ เอส จินดารา ขนาด 20
พอยน์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร Anssana UPC สามารถอ่านง่าย สบายตา
ประการที่
2 ผู้วิจัยได้มีการจัดหน้าจอให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นเกิดความสับสน โดยมีหน้าจอ 2 รูปแบบ
คือหน้าจอปกติและหน้าจอไฮเปอร์เท็กซ์
ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ประการที่
3
ได้มีการออกแบบบทเรียนในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ทำให้บทเรียนไม่น่าเบื่อ ผู้เรียนจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนอย่าสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
ประการที่ 4
ในการออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องกราฟิกเบื้องต้น
ผู้วิจัยได้ออกแบบอยู่บนพื้นฐานจิตวิทยาแรงจูงใจ โดยใช้ไฮเปอร์เท็กซ์และแบบทดสอบเป็นแรงจูงใจในการเรียน จาดพื้นฐานการอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์
ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการอยากรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีสิ่งที่แนะ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ
ขึ้น
จากหลักการดังกล่าวข้างต้น
ประกอบกับขั้นตอนการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีระบบ
ตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรเนื้อหาวิชา 263-201 เทคโนโลยีการศึกษา
การเขียนแผนการสอน
การจัดทำสตอรีบอร์ด และการตรวจสอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ค่าความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนกแล้ว ทำให้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องกราฟิกเบื้องต้น ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
80/80 สามารถนำไปประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา
263-201 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ
1.
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
1.1
การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีจำนวนหน้ามากๆด้วยโปรแกรม Adobe
Acrobat จะมีจำนวนการเชื่อมโยง (Link) มากตามไปด้วย ทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก
และเกิดการผิดพลาดได้ง่ายจึงควรสร้างเป็นเทมเพลท
ที่เชื่อมโยงกันไว้เรียบร้อยแล้ว
โดยเลือกการสร้างแบบ EXECUTE MENU ITEM เมื่อใช้งานจริงให้ใช้คำสั่ง
DOCUMENT REPLACE PAGES เพื่อแทนที่เทมเพลทที่สร้างไว้ จะทำให้ประหยัดเวลาลงได้มาก
1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะใช้เปิดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หากมีโปรแกรม Adobe Acrobat 5 อยู่ควรถอนโปรแกรม (Uninstll) ออกก่อน แล้ว Restat เครื่องใหม่ก่อนที่จะลงโปรแกรม
Adobe Acrobat 4 gเพื่อความสมบูรณ์ของโปรแกรม
2.
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการวิจัยเปรียบเทียบรูปแบบการบันทึกใจความสำคัญในรูปแบบต่างๆได้แก่ การทำเครื่องหมายลงบนใจความสำคัญโดยตรง, การให้ผู้เรียนคัดลอกหรือพิมพ์ใจความสำคัญลงในโปรแกรม (NOTEPAD) และการคัดลอกลงกระดาษ
เป็นต้น
ว่าจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่
2.2 ควรมีการเปลี่ยนสื่อที่ใช้ในการวิจัยหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์จากซีดีรอมไปเป็นอินเตอร์เน็ตบ้าง
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. 2534.
เอกสารเพื่อการพัฒนาหนังสือ อันดับ 1 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
กรุงเทพฯ : การศาสนา กรมการศาสนา.
กระทรวงศึกษาธิการ. นโยบายและแผนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. 2542.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : พริกหวาน.
กิดานันท์ มลิทอง.
2542. สรรค์สร้างหน้าเว็บและงานกราฟิกบนเว็บ. กรุงเทพฯ :
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยยงศ์ พรหมวงศ์.
2537.
ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ไชยยศ เรืองสุวรรณ.
2533. เทคโนโลยีการศึกษา :
ทฤษฎีและการวิจัย. กรุงเทพฯ :
โอเดียนสโตร์.
ถนอมพร เลาหจรัสแสง.
2541. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประชิด ทินบุตร.
2530. การออกแบบกราฟิค. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
เปรื่อง กุมุท.
2537.
ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วงพงศ์ วรชาติอุดมพงศ์. 2538.
บทความรู้ทางการออกแบบพาณิชยศิลป์ ออกแบบกราฟิก.
กรุงเทพฯ
: รุ่งเรืองสาส์น.
ศิริพงศ์ พยอมแย้ม.
2537. เทคนิคงานกราฟิก. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
สุนทร โคตรบรรเทา, ผู้แปล. 2522.
ถนนสู่การอ่าน : วิธีการอ่านอย่างฉลาดและเทคนิคการอ่านแบบต่าง ๆ.
กรุงเทพ ฯ : ต้นอ้อ แกรมมี่.
โสภา ชูพิกุลชัย.
2521. จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงงาน
1. จากการศึกษาโครงงานเรื่อง “การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อการศึกษา”
เห็นว่า โครงงานมีความละเอียดและสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของโครงงานจริง
แต่ในบางเนื้อหา บางตอน พบว่าผู้ทำโครงงานมีการใช้คำที่มากเกินไป
มีเนื้อหาบางตอนที่มากเกินความจำเป็น เช่นในเรื่องของ ที่มาและความสำคัญ เมื่อศึกษาตัวโครงงานจริงๆพบว่า
เป็นลักษณะของการบรรยายความหมายและประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าจะเป็นการบอกที่มาของโครงงานโดยตรง
ทำให้เนื้อหายืดเยื้อและยาวมาก
แต่กลับสรุปเป็นใจความได้เพียงสั้นๆตามที่กลุ่มของพวกเราได้สรุปไว้
2.ลักษณะการจัดเรียงรูปแบบการทำโครงงานและการพิมพ์โครงงานยังไม่ถูกต้องตามหลักเท่าที่ควร
เช่น การใช้ตัวเลขหัวข้อเกินความจำเป็น การแบ่งวรรค หรือการย่อหน้าที่ไม่เสมอกัน
เป็นต้น